ขึ้นดอยสุเทพ ล่องลงแม่ริม แอบแวะสะเมิง ได้ใน 1 วัน (ตอนที่ 2)

By iampoo on พฤ, 02/16/2012 - 11:23
     วันนี้เรามาออกเดินทางต่อจากตอนที่แล้วกันนะคะ เมื่อเราได้ไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งสมใจอยากแล้ว พอมาถึงห้วยฒึงเฒ่า ยังเป็นเวลาประมาณเที่ยงวันอยู่เลย เราใช้เวลาบนขุนช่างเคี่ยนเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีเวลาเหลืออีกตั้งครึ่งวัน
     พอลงจากดอยปุ๊บ ท้องก็เริ่มร้องปั๊บ แหะๆๆ ถึงเวลากินอีกแล้ว ก็กองทัพต้องเดินด้วยท้องหนิเนาะ ว่าแล้ว โชว์เฟอร์ของเรา ก็พาขี่ออกมาจากห้วยฒึงเฒ่า เลี้ยวซ้ายไปทางเส้นแม่ริม ขี่ออกมาเรื่อยๆ ในหัวก็คิดเรื่อยๆ ว่า จะกินอะไรดีหว่า แล้วคุณโชว์เฟอร์ก็หันไปเห็นป้ายร้านก๋วยเตี๋ยวรสเยี่ยมข้างทาง งั้นแวะกินร้านนี้ละกัน ขี้เกียจคิดมากละ เหอะๆๆ
 

 
    เรากินก๋วยเตี๋ยวคนละถ้วย เอาแค่พออิ่มท้อง เผื่อว่าข้างหน้าจะมีอะไรให้กินอีก อิอิ ( ก็เราไม่ใช่พวกชอบเที่ยวอย่างเดียวนี่นา เรายังชอบกินด้วย 555 ) พอกินเสร็จเราเก๊าะขี่รถไปตามถนนสายแม่ริม โดยมีจุดหมายปลายทางคือ "ม่อนแจ่ม" แหล่งท่องเที่ยวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ แต่ก่อนจะถึงม่อนแจ่ม เราเริ่มสังเกตุเห็นแผงขายสตรอเบอรี่อยู่ริมทางเป็นระยะๆ และมีสวนสตรอเบอรี่เล็กๆ ริมทางด้วย เราก็เลยแวะซะหน่อย ^^
 

สวนนี้อยู่ริมถนนเลยอะ นักท่องเที่ยวแวะกันเพียบ

เพิ่งได้เห็นต้นสตรอเบอรี่ของจริงก็วันนี้แหละ 555
 
     แวะชมไร่สตรอเบอรี่กันแล้ว เราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ "ม่อนแจ่ม" ตามที่ตั้งใจไ้ว้ และพอไปถึง เราก็เจอกองทัพนักท่องเที่ยว และขบวนรถเก๋ง กระบะ และ รถตู้ เฮ้อ.....เจอรถติดบนดอยอีกแล้ว - -!


 
     กว่าจะไปถึงม่อนแจ่มได้ ก็ใช้เวลาไปพอสมควร เนื่องจากมีรถยนต์ สวนกันในทางแคบๆ ตลอด ทำให้การจราจรเป็นไปด้วยความล่าช้า นี่บนถนนยังขนาดนี้ ไม่อยากนึกเลยว่า บนม่อนแจ่ม จะแออัดขนาดไหน ว่าแล้วก็ตามมาดูกัน
 

เป็นไปตามคาด ทั้งคน ทั้งรถ และ แผงขายของที่ระลึกมากันเพียบ 
 
     ​แล้วเราก็มาถึงจนได้ กว่าจะขึ้นมาถึงบนนี้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย ^^! 
 
ขอพักเหนื่อยหน่อยนะคะ ^^
 
     โชว์เฟอร์บอกว่า ตอนมาเมื่อ 2 เดือนก่อน พื้นทางเดินยังเป็นหญ้าเขียวๆ อยู่เลย การที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะๆ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียล่ะนะ ไว้เราค่อยมาใหม่ ช่วงที่ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวละักัน ( เหมือนโรคจิตมั๊ยเนี่ย 555 )
 
 

​จุดชมวิวของเค้าสวยจริงๆ คนก็เลยชอบมากัน


เดินขึ้นมาก็เจอกับลานกว้างๆ มีโต๊ะให้นั่งทานอาหารด้วย (ถึงจะมีร่มแต่ก็รู้สึกว่าร้อนอยู่ดี)


ไฮไลท์ของที่นี่คือสวนดอกไม้ และ สวนผักสดๆ ของโครงการหลวงค่ะ

     เก็บภาพไป เก็บภาพมา เราก็เริ่มรู้สึกปวดหัวตึบๆ สงสัยจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนมากๆ และดันขึ้นมาให้แดดเผาซะใกล้เลย นี่เรากำลังอยู่บนดอยในฤดูหนาวจริงๆ เหรอเนี่ย รู้สึกไม่เหมือนเลยอะ พอเดินดูนั่น ดูนี่จนทั่วแล้ว และอาการปวดหัวก็ยังไม่หายพร้อมกับอาการเริ่มเมาคน (นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ -"-) พอดีกับคุณผู้ชายชวนไป "ม่อนล่อง" และบอกว่า เป็นหน้าผาสูง ที่มาคราวที่แล้ว ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ยังไม่มีใครรู้จักและไปเที่ยวกัน เราก็เลยตกลงว่า ขอหนีผู้คน ไปหาอากาศบริสุทธิ์ และความเงียบสงบดีกว่า 
    
ทางไปม่อนล่อง ก็คือเส้นทางตรงข้ามกับทางเข้าม่อนแจ่มนั่นเอง คือม่อนแจ่มเลี้ยวซ้าย ส่วนม่อนล่องเลี้ยวขวา ปากทางเข้าในวันนี้ มีแผงขายของที่ระลึกเต็มปากทางเข้าทั้ง 2 ฝั่ง แถมยังมีป้ายหยุดตรวจกั้นไว้ด้วย ตอนแรกก็งง แต่พอเข้าไปใกล้ๆ เลยรู้ว่า เส้นทางนี้เป็นทางชัน เค้าก็เลยใช้เป็นเส้นทางไหลลงของ "โกคาร์ทไม้" ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมนึงที่เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลองเ่ล่นกัน กว่าเราจะขึ้นไปได้ก็ต้องรอให้โกคาร์ทลงมาให้หมดซะก่อน 
 

 
     พอไปถึง สถานที่ที่เราคิดว่าคงจะไม่เจอนักท่องเที่ยวแล้ว กลับมีนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์บ้าง ตั้งแคมป์ทำปิ้ง-ย่าง กันบ้าง ต่างกับเมื่อ 2 เดือนก่อนลิบลับ เราก็ได้แต่งงๆ ว่าเค้ารู้จักที่นี่ได้ไง ทั้งๆ ที่เมื่อ 2 เดือนที่แ้ล้ว ที่นี่ยังไม่มีใครรู้จักและพูดถึงเลย
 

ถึงแล้วคับ "ม่อนล่อง"
 
 

เมื่อ ​2 เดือนที่แล้ว ยังไม่มีเชือกฟางกั้นเลย 


คุณผู้ชายบอกว่า 
มาคราวที่แล้วป้ายนี้ก็ยังไม่มี ก็เลยพาพักพวกเดินลงไปดูข้างล่างมาแล้ว อ่าว......- -!


โพสท่าเหมือนจะได้ขึ้นปก National Geographic ยังไงยังงั้น 555
 
     เราเก็บภาพบรรยากาศที่ม่อนล่องแบบทั้งสนุก ทั้งปวดหัว คุณผู้ชายพอเห็นอาการเราแล้ว ก็เลยถามว่า ไม่ไปต่อแล้วมั๊ย กลับไปพักผ่อนดีกว่า แต่เรายังอยากเที่ยวต่อนี่นา นานๆ จะได้มาเที่ยวทั้งทีอ่ะ T^T ก็เลยทำใจสู้ แล้วบอกว่า "ยังไปต่อไหวจ้า ^^v" โชว์เฟอร์ก็เลยบอกว่า "งั้นเราไปเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ที่สะเมิงกัน"
     มาถึงตอนนี้ เป็นเวลาประมาณบ่าย 3 โมง เราขี่รถออกจากม่อนแจ่ม แล้วเลี้ยวไปตามทางสายแม่ริม - สะเมิง ระหว่างทาง ก็จะมีป้ายเชิญชวนให้เข้าไปชมไร่สตรอเบอรี่ ไร่นั้น ไร่นี้ อยู่ตลอด 2 ข้างทาง และก็มีแผงขายสตรอเบอรี่และสวนสตรอเบอรี่เล็กๆให้นักท่องเที่ยวได้แวะชม แวะชิม และซื้อสตรอเบอรี่กลับไปเป็นของฝากได้อย่างสะดวก สบาย แต่จุดมุ่งหมายของเราไม่ได้อยู่ที่สวนเล็กๆ แบบนี้ เราก็เลยขี่ผ่านไป โดยที่ท้องเริ่มหิว ( ก็เมื่อกี๊ใช้พลังงานในการถ่ายรูปตากแดดไปมากนี่นา ^^!) เราก็เลยมีความเห็นตรงกันว่า ควรแวะหาอะไรกินเพื่อเติมพลังให้กับการเดินทางช่วงต่อไป สรุปได้แบบนั้น เราก็เลยมองหาร้านอาหารที่จะฝากท้องด้วยและก็เจอกับร้านนี้ ^^

 
 
 
     ร้านนี้มีเมนูให้เลิอกหลากหลาย ทั้งอาหารตามสั่ง ลาบประเภทต่างๆ และอาหารจำพวกปิ้งย่าง แล้วเราก็เลิอกเมนูมาได้ตามนี้
 

เครื่องดื่่มแก้กระหาย และเมนูโปรดของผู้เขียนกับโชว์เฟอร์
 
     อิ่มแล้ว เราก็พร้อมเดินทางต่อ การเดินทางต่อจากนี้เราไม่ได้วางแผนแน่นอนว่าจะไปที่ไหน กะว่าไปหาทางไปเอาข้างหน้า (อีกแล้ว) ก็เลยขี่ไปเรื่อยๆ พอถึงป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ อ.สะเมิง เราก็เลือกไปที่อุทยานแห่งชาติขุนขาน ต.แม่สาบ อ.สะเมิง

ถนนช่วง 2 กม. ก่อนถึงทางเข้าอุทยานปูตัวหนอนแบบนี้ไปตลอดทางเลย


อุทยานแห่งชาติขุนขาน


ภายในอุทยาน ก็เป็นลำธาร และ บ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ 

 
     พอมาถึงที่นี่ เราก็พบว่า มีแค่เรา 2 คนเท่านั้น ที่เข้ามาเที่ยวในอุทยานแห่งนี้ เพราะที่นี่น่าจะเหมาะกับการท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนมากกว่า เราก็เลยได้มาเที่ยวในที่ที่ปลอดผู้คนสมใจอยาก 555 ก็เลยขอนั่งพักดื่มด่ำกับเสียงของธรรมชาติจริงๆ ซักหน่อย และพอเจอกับอากาศเย็นสบายและสถานที่ที่ไม่พลุกพล่านเหมือนที่เจอมาก่อนหน้านี้ อาการปวดหัวก็เริ่มหายไป ค่อยสบายตัวขึ้นหน่อย อิอิ พอได้นั่งพักชาร์ตพลังงานเต็มที่แล้ว เราก็ออกจากอุทยานแห่งชาติขุนขาน เพื่อที่จะ ไปต่อ โดยเราได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานว่า แถวนี้มีสถานที่ท่องเทียวที่ไหนน่าไปบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า ส่วนมาก นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชมไร่สตรอเบอรี่ ที่เลยอุทยานแห่งนี้ไปอีกประมาณ 7 กม. เราคิดว่า ไหนๆ ก็มาถึงสะเมิง แหล่งสตรอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ก็ต้องไปเยือนแหล่งปลูกสตรอเบอรี่ให้ถึงที่ ก็เลยขี่รถไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอก และเลือกแวะไร่สตรอเบอรี่ชื่อว่า "ไร่ม่อนกู่" และได้พบกับพี่สาวใจดี ที่แถมสตรอเบอรี่ให้เราอีกครึ่งกิโล อิอิ


​ป้ายชื่อตรงทางเข้า และ ป้ายด้านในที่มีสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่โชว์อยู่

 
​บรรยากาศในไร่ ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ต่างจากสวนสตรอเบอรี่ริมทางที่ผ่านมาลิบลับ


แล้วก็เจอกับพี่สาวใจดี ที่กำลังคัดสตรอเบอรี่สดๆ เกรด A ส่งไปกรุงเทพ กก.ละ 160 บาท




เราก็เลยสอยมา 1 กิโล ซึ่งพี่สาวใจดีแพ็คลงกล่องให้เรียบร้อยแถมด้วยสตรอเบอรี่ลูกเล็กจิ๋วอีกครึ่งกิโล
 
     พอจ่ายเงินเรียบร้อย เราก็เก็บสตรอเบอรี่ยัดใส่เป้อย่างระมัดระวัง และขึ้นรถโดยมีสตรอเบอรี่กิโลกว่าๆ อยู่ข้างหลัง เราขี่รถกลับมาจนถึงแยกสะเมิง ก็รู้สึกเมื่อยๆ เลยขอแวะพักก้น และหาน้ำกินซักหน่อย แล้วเราก็ได้เจอกับสตรอเบอรี่ลูกใหญ่ สด น่ากิน ที่มีป้ายติดไว้ว่า กิโลละ 80 บาท เอาล่ะสิ เมื่อกี๊ไปซื้อถึงไร่ นึกว่าจะถูก กก.ละ 160 มาเจอสตรอเบอรี่ข้างทางถูกกว่าได้ไงเนี่ย คุยกันไป คุยกันมา เพื่อให้หายคาใจ คุณผู้ชายเลยควักตังค์ให้ไปซื้อมาอีก 1 กิโล จะได้รู้ว่า สตรอเบอรี่จากไร่ โลละ 160 กับสตรอเบอรี่ข้างทาง โลละ 80 มันต่างกันยังไง หรือว่าเราถูกหลอกซะแล้ว - -!
 
สตรอเบอรี่สีแดงสด อัดแน่นเต็มถุง โลละ 80 เอง - -*
 
     สรุปแล้ว ตอนนี้เราต้องแบกสตรอเบอรี่ 2 โลกว่าๆ กลับบ้าน ด้วยความทะนุถนอม เพราะกลัวมันจะช้ำ หรือร่วงลงข้างทาง พอกลับถึงบ้านในช่วงเวลาประมาณเกือบ 1 ทุ่ม เราก็เอาสตรอเบอรี่จาก 2 แหล่ง มาเทียบกันว่า มันต่างกันยังไง ก็ได้ข้อสรุปว่า สตรอเบอรี่ที่ซื้อจากไร่ มีคุณภาพดีกว่า รูปทรงเป็นรูปหัวใจสวยงาม ทั้งลูกใหญ่ และลูกเล็ก ไม่มีผลเน่า แถมมีรสชาดที่หวานอร่อย และสดมากๆ ส่วนสตรอเบอรี่ที่เราแวะซื้อข้างทางนั้น ผลใหญ่ก็จริง แต่รูปร่างบิดเบี้ยว มีทั้งที่สด และที่เละๆ ทำให้ไม่น่ากิน ส่วนรสชาดก็ออกจะเปรี้ยวๆ ฝาดๆ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ เราก็เลยโล่งใจที่ว่า ไม่ได้ถูกชาวไร่หลอกเอา 555


​สตรอเบอรี่สดๆ จากไร่ กิโลกว่าๆ รอเวลาสุกพร้อมรับประทาน (สังเกตุรูปทรงจะเป็นรูปหัวใจสวยงาม อิอิ)
 
    การเดินทางในครั้งนี้ เราถือว่าเป็นการใช้เวลาเดินทางได้คุ้มสุดคุ้ม เพราะเวลาแค่ 1 วัน เราสามารถไปเที่ยวได้ถึง 3 สถานที่ เริ่มตั้งแต่ขี่รถขึ้นไปที่ขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง มาออกที่ห้วยฒึงเฒ่า แล้วขี่ต่อไปเที่ยวม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จบด้วยการชมไร่สตรอเบอรี่ที่ อ.สะเมิง (ซึ่งคงไม่มีใครทำ ^^!) แล้วก็ใช้เวลาในแต่ละที่ได้อย่างคุ้มค่า หากใครมีโอกาส ก็ลองหาเวลาไปเที่ยวในที่ต่างๆ แบบนี้บ้างนะคะ และถ้าไปแล้ว ก็ลองมาเขียนเล่าประสบการณ์ให้ชาว Chiangmaithaitravel ได้อ่านกันบ้าง เพื่อเป็นการแบ่งปันความสุขของการได้ไปเที่ยวให้คนอื่นๆ ด้วยนะคะ 
    สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณโชว์เฟอร์ผู้น่ารักที่พาเราไปพบประสบการณ์ดีๆ และผู้อ่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวท่องเที่ยวแบบ "ไปเรื่อย"  ของเราทุกๆ คนนะคะ ทริปหน้าก็อย่าลืมมาติดตามกันต่อนะคะ จุ๊บๆ ^^
 

ความคิดเห็น

รูปภาพของ tar

สวดยวด

แสดงความคิดเห็น